ข้อบังคับของสมาคม

ข้อบังคับของสมาคมฯ

 

ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป 

๑.๑ ข้อบังคับของสมาคมศิษยเ์ก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 

หมวดที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปและวัตถุประสงค์

ข้อ ๑ ชื่อของสมาคม

           สมาคมนี้มีชื่อภาษาไทยว่า “สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์” ใช้อักษรย่อ ภาษาไทยว่า “ส.วพอ.”  มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Boromarajonani College of Nursing. Uttaradit  Alumni  Association” ใช้อักษรย่อว่า “UNC.A.”

ข้อ ๒ เครื่องหมายของสมาคม

          เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปวงกลมซ้อนกัน ๒ ชั้น ภายในเป็นรูปมือประสานกัน อยู่เหนือตะเกียงสี ฟ้า ภายในวงกลมส่วนนอกรูปหยดน้ำด้านบนเป็นตัวหนังสือชื่อสมาคมเป็นภาษาไทยว่า “สมาคมศิษย์เก่า วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์” ด้านล่างเป็นตัวหนังสือชื่อสมาคมเป็นภาษาอังกฤษ ว่า “Boromarajonani College of Nursing, Uttaradit Alumni Association” ด้านขวามีอักษรย่อชื่อสมาคม เป็นภาษาไทยว่า “ส.วพอ.”  วางอยู่ระหว่างดอกบานชื่น ๒ ดอก และ ด้านซ้ายมีอักษรย่อชื่อสมาคมเป็น ภาษาอังกฤษ ว่า “UNC.A.”  วางอยู่ระหว่างดอกบานชื่น ๒ ดอก  ทั้งหมดวางบนพื้นสีแดง  ดังรูป

ความหมาย         

          สัญลักษณ์ รูปหยดน้ำมือประสานกัน  หมายถึง  ความร่วมแรง ร่วมใจ รักและสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันของศิษย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ในการพัฒนาวิชาชีพพยาบาลทุกด้านเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

          พื้นสีแดง แทนสีประจ้าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี  อุตรดิตถ์ หมายถึง ความรักและความสามัคคีใน หมู่คณะ

          ตะเกียงสีฟ้า  หมายถึง ประทีปส่องสว่างให้ศิษย์ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ เป็นคนดี  คนเก่งและมีความสุข  คือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความทันสมัย มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพและเป็นผู้ที่มี คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาวิชาชีพ  ตามค้าขวัญของวิทยาลัย

ข้อ ๓ สำนักงานของสมาคม

ที่ตั้งสำนักงานของสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ที่ห้องสมาคมศิษย์ เก่า  วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์  ๓๘/๔๐  ถนนเจษฎาบดินทร์  ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์  ๕๓๐๐๐ โทรศัพท์  ๐๕๕-๘๓๐๗๘๕   โทรสาร  ๐๕๕-๘๓๐๗๘๗

ข้อ ๔ “สมาคม” ในที่นี้ หมายถึง สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์

“คณะกรรมการ” ในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราช ชนนี อุตรดิตถ์

“กรรมการ” ในที่นี้ หมายถึง กรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์

“ที่ประชุมชุดใหญ่” ในที่นี้ หมายถึง ที่ประชุมใหญ่สามัญและที่ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๕  วัตถุประสงค์ สมาคมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๕.๑ ส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างมวลสมาชิก

๕.๒ ส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่วิทยากร

๕.๓ ส่งเสริมด้านสวัสดิการแก่สมาชิก

๕.๔ ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์

๕.๕ ส่งเสริมเกียรติคุณของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์

๕.๖ ส่งเสริมการบ้าเพ็ญสาธารณประโยชน์

๕.๗ สมาคมนี้ไม่มีการจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดและสนุกเกอร์

๕.๘ สมาคมไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประกาศใด

๕.๙ สมาคมจะไม่ดำเนินการให้เสื่อมเสียศีลธรรมหรือผิดจารีตประเพณีวัฒนธรรมอันดีของชาติ

หมวดที่ ๒     สมาชิก

ข้อ ๖  ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคม มี ๔ ประเภท คือ

๖.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณสนับสนุนกิจการของ สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ เห็นสมควรเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ สมาคม

๖.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลและผดุงครรภ์ วิทยาลัยพยาบาล อุตรดิตถ์และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ หรือที่เคยเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นแต่หมายถึง สถาบันการศึกษาแห่งเดียวกัน

๖.๓ สมาชิกวิสามัญ  ได้แก่ ผู้สนใจทั่วไปที่ขอสมัครเป็นสมาชิกและได้รับการรับรองจากคณะ กรรมการ

๖.๔ ยุวสมาชิก  ได้แก่ นักศึกษาปัจจุบันของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์

ข้อ ๗  คุณสมบัติของสมาชิก

๗.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

๗.๒ มีคุณสมบัติตามข้อ ๖. (๖.๑)  (๖.๒)  (๖.๓) หรือ (๖.๔)

๗.๓ เป็นผู้มีพฤติกรรมเรียบร้อย

๗.๔ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

๗.๕ ไม่ต้องค้าพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือน ไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจ้าคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องค้าพิพากษาของศาลถึง ที่สุด ในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่เข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๘  การเข้าเป็นสมาชิก 

๘.๑ บุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตาม ข้อ ๖. และ ข้อ ๗. เมื่อมีความประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ แสดงความจ้านงพร้อมด้วยการยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน และให้นายทะเบียนติด ประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคม ได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้นายทะเบียนน้าใบสมัครและหนังสือคัดค้านของ สมาชิก(ถ้ามี)เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นการใดให้นายทะเบียนเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

๘.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์จะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบและเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ ๒ ใน ๓ ของคระกรรมการ

ข้อ ๙  ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

๙.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องช้าระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมอย่างใดทั้งสิ้น

๙.๒ สมาชิกสามัญ ต้องช้าระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพรวม ๓๐๐ บาท

๙.๓ สมาชิกวิสามัญ ต้องช้าระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมตลอดชีพรวม ๓๐๐ บาท

๙.๔ ยุวสมาชิก ต้องช้าระค่าลงทะเบียน ๕๐ บาท ครั้งเดียวเมื่อแรกเข้าเป็นนักศึกษาวิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องช้าระค่าบำรุง ๓๐๐ บาท จึงจะได้เป็นสมาชิกสามัญ ตลอดชีพ ถ้ายุวสมาชิกคนใดส้าเร็จการศึกษาแล้วแต่ไม่ช้าระค่าบำรุง ๓๐๐ บาท ก็จะหมดสภาพไป

ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญและยุวสมาชิก

ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นช้าระเงินค่าลงทะเบียน และบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ช้าระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ช้าระเงิน ค่าลงทะเบียนและค่าบ้ารุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนี้เป็นอันยกเลิกไป

ข้อ ๑๑ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ 

สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับค้าเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคมฯ

ข้อ ๑๒. การขาดสมาชิกภาพ

๑๒.๑ ตาย

๑๒.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ช้าระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับชมรมฯเป็นที่เรียบร้อย

๑๒.๓ ขาดคุณสมบัติของการเป็นสมาชิก ข้อ ๗

๑๒.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมหรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติน้าความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๓ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๓.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

๑๓.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

๑๓.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

๑๓.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๓.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิ ออกเสียงลงมติต่างๆในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง

๑๓.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

๑๓.๗ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการ ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ โดยแสดงความจ้านงเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านเลขานุการของสมาคม

๑๓.๘ มีสิทธิได้รับข่าวสารทั่วไปและข่าวสารของสมาคม

๑๓.๙ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

๑๓.๑๐ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

๑๓.๑๑ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคม

๑๓.๑๒ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดให้มีขึ้น

๑๓.๑๓ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่  ๓ การดำเนินงานและการบริหารสมาคม

ข้อ ๑๔ การดำเนินงานของสมาคม

ในการดำเนินงานของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการมีอำนาจ หน้าที่ในการดำเนินกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับของสมาคม ภายใต้การควบคุมของที่ประชุมใหญ่ อีกทั้งมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินงานใดๆตามที่เห็นสมควร และมีอำนาจวางข้อบังคับอื่นๆขึ้นใช้ บังคับในกิจการของสมาคมได้

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการ

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ท้าหน้าที่บริหารสมาคม จ้านวนไม่น้อยกว่า ๙ คน แต่ไม่เกิน ๒๑ คน ประกอบด้วย นายกสมาคม อุปนายก เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ เหรัญญิก ปฏิคม นายทะเบียน วิชาการ ประชาสัมพันธ์ และสวัสดิการ คณะกรรมการนี้ต้องเป็นสมาชิกสามัญที่ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ที่ ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน  และอุปนายก ๒ คนสำหรับ ตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง เพื่อให้การบริหารของสมาคมก้าวหน้าต่อไป คณะกรรมการอาจพิจารณาแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการเฉพาะกิจตามความเหมาะสมด้วยก็ได้ โดยมีจ้านวนเมื่อรวมกับตำแหน่งคณะกรรมการ ทั้งหมดแล้วมีจ้านวนไม่เกินที่ข้อบังคับกำหนดไว้

ข้อ ๑๖ หน้าที่ของกรรมการ กรรมการแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่ โดยสังเขปดังนี้

๑๖.๑ นายกสมาคม ท้าหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและนโยบาย ของสมาคม โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก ท้าหน้าที่เป็นประธานในที่ ประชุม และการประชุมใหญ่สมาคมเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงชี้ขาด เมื่อคะแนนเสียงในที่ประชุมเท่ากัน

๑๖.๒ อุปนายก ท้าหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารงานสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ นายกสมาคมได้มอบหมาย และท้าหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ แต่การท้าหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามล้าดับตำแหน่งเป็นผู้กระท้าการแทน

๑๖.๓ เลขานุการ ท้าหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการทั้งหมดของสมาคม เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สมาคมใน การปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามค้าสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนท้าหน้าที่เป็นเลขานุการในการ ประชุมต่างๆ ของสมาคม รวมทั้งการเรียกประชุม บันทึกการประชุม รักษารายงานการประชุม และโต้ตอบ จดหมายอันเกี่ยวกับกิจการของสมาคม นอกจากนั้นเลขานุการต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุและทรัพย์สินของ สมาคม จัดท้าบัญชีทรัพย์สิน สำรวจทรัพย์สินประจ้าปี และกิจการอื่นๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

๑๖.๔ ผู้ช่วยเลขานุการ ท้าหน้าที่ช่วยเลขานุการเกี่ยวกับงานธุรการทั้งหมดของสมาคม เป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่สมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามค้าสั่งของนายกสมาคม  ตลอดจนท้าหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม  ช่วยบันทึกการประชุม  ช่วยรักษารายงานการประชุม และโต้ตอบจดหมายอันเกี่ยวกับกิจการของสมาคม ช่วยเลขานุการรับผิดชอบเกี่ยวกับพัสดุและทรัพย์สินของ สมาคม จัดท้าบัญชีทรัพย์สิน สำรวจทรัพย์สินประจ้าปี และกิจการอื่นๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย  และ ท้าหน้าที่แทนเลขานุการในกรณีที่เลขานุการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

๑๖.๕ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดท้าบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชี งบดุลของสมาคม ออกใบเสร็จรับเงิน เก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ และแสดง การเงินประจ้าปีให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรอง

๑๖.๖ ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ ของสมาคม จัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม

๑๖.๗ นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม รวมทั้งจัดทำทำเนียบ ศิษย์เก่าและเก็บรวบรวมเอกสารต่างที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกไว้อย่างเป็นระบบ ประสานงานกับเหรัญญิกในการ เรียกเก็บเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

๑๖.๘ สวัสดิการ มีหน้าที่ในการจัดและดูแลสวัสดิการต่างๆภายในสมาคมฯ  ดูแลบำรุงทรัพย์สินของ สมาคมฯและปฏิบัติหน้าที่อื่นๆที่ได้รับมอบหมาย

๑๖.๙ วิชาการ มีหน้าที่ดำเนินการส่งเสริมวิชาการ การเผยแพร่ความรู้ต่างๆแก่สมาชิก สรรหา สมาชิกดีเด่น

๑๖.๑๐ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและ บุคคลทั่วไปรู้จักอย่างแพร่หลาย

ข้อ ๑๗ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

๑๗.๑ มีอ้านาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆเพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติตาม โดยระเบียบปฏิบัตินั้น  จะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

๑๗.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

๑๗.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรือ อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของกรรมการที่แต่งตั้ง

๑๗.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจ้าปีและการประชุมใหญ่วิสามัญ

๑๗.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

๑๗.๖ มีอ้านาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามข้อบังคับกำหนดไว้

๑๗.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

๑๗.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จ้านวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิก ทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๗.๙ มีหน้าที่จัดท้าเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรม ต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๗.๑๐ จัดท้าบันทึกประชุมต่างๆของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

๑๗.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๘ การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ

๑๘.๑ คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

๑๘.๒ กรรมการที่ออกตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งให้กลับเข้าเป็นกรรมการใหม่ได้อีก แต่จะ ดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมติดต่อกันเกิน ๒ วาระไม่ได้

๑๘.๓ คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งจะต้องส่งมอบงานให้แก่คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง เข้ามาใหม่ ณ ที่ท้าการสมาคม โดยให้การกระท้าเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ระบุวันเริ่มและวันเสร็จสิ้นการ มอบหมายไว้ด้วย ทั้งนี้ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาอันสมควร แต่ไม่เกิน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุด ใหม่ได้รับการแต่งตั้ง

๑๘.๔ ตำแหน่งกรรมการ ถ้าว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกคนใด คนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงไปนั้น โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้ เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

๑๘.๕ กรณีตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากออกจากวาระ ให้อุปนายกรักษา การ แทนไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่

๑๘.๖ กรณีตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงเพราะนายกสมาคมลาออก ให้กรรมการชุดนั้นดำเนินการ เลือกตั้งตำแหน่งนายกสมาคมให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วัน

ข้อ ๑๙ การพ้นตำแหน่งของนายกสมาคม นายกสมาคมอาจพ้นตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้คือ

๑๙.๑ ตาย

๑๙.๒ ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร

๑๙.๓ ถูกถอดถอนโดยมติของที่ประชุมใหญ่

๑๙.๔ กรรมการลาออกพร้อมกันเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

๑๙.๕ ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗

๑๙.๖ ในกรณีที่สมาชิกของสมาคมเห็นว่าการดำเนินงานของนายสมาคมไม่เป็นที่พอใจและอาจทำ ให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกและสมาคม ให้สมาชิกสามัญลงนามกันเป็นจ้านวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของ สมาชิกสามัญทั้งหมดของสมาคม ขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อซักถามการดำเนินการดังกล่าว และหากมี การลงมติถอดถอนนายกสมาคม จะต้องมีผู้เห็นชอบด้วยไม่ต่ำกว่า ๒ ใน ๓ ของจ้านวนสมาชิกทั้งหมดที่เข้า ร่วมประชุม

ข้อ ๒๐ การพ้นตำแหน่งของกรรมการ  กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้

๒๐.๑ ตาย

๒๐.๒ ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร

๒๐.๓ เมื่อมติที่ประชุมใหญ่มีมติไม่ไว้วางใจโดยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของ จ้านวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

๒๐.๔ ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ๓ ครั้ง ติดต่อกันโดยมิได้แจ้งเหตุ

๒๐.๕ ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗

 

หมวดที่ ๔ การประชุม

ข้อ ๒๑ การประชุม แบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ

๒๑.๑ การประชุมคณะกรรมการบริหาร

๒๑.๒ การประชุมใหญ่สามัญ

๒๑.๓ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๒ การประชุมคณะกรรมการบริหาร 

๒๒.๑ ให้คณะกรรมการประชุมเพื่อปรึกษาหารือกิจกรรมของสมาคม ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง โดยเลขานุการเป็นผู้เชิญประชุมตามความเห็นชอบของนายกสมาคม

๒๒.๒ กรรมการ จ้านวนไม่น้อยกว่า ๕ คนมีสิทธิขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ข้อเสนอใดๆก็ได้ ในกรณีนี้ ให้นายกสมาคม จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารตามค้าขอภายใน ๑๕ วัน

๒๒.๓ ในการประชุมต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวนกรรมการทั้งหมดจึงจะ ถือว่าครบองค์ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ให้อุปนายกตามล้าดับ ตำแหน่งเป็นประธานในที่ประชุม และถ้าในกรณีที่ทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ ให้ที่ประชุมเลือกตั้ง ประธานขึ้นชั่วคราวในคราวประชุมนั้น

๒๒.๔ การลงมติในที่ประชุมทุกครั้ง ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้า คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นที่ชี้ขาด

ข้อ ๒๓ การประชุมคณะกรรมการบริหาร 

๒๓.๑  ให้คณะกรรมการเรียกประชุมสามัญใหญ่อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้งภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี และให้มีระเบียบวาระดังต่อไปนี้

๒๓.๑.๑ นายกแถลงกิจการในรอบปีที่ผ่านมา

๒๓.๑.๒ เหรัญญิกแถลงบัญชีรายรับ-รายจ่ายของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

๒๓.๑.๓ เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ตามวาระ

๒๓.๑.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

๒๓.๒  การประชุมใหญ่สามัญทุกครั้ง ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๓๐ คน จึงนับเป็น องค์ประชุมและดำเนินการประชุมได้ ถ้าสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้รอการประชุมนั้นเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลานัดประชุม หากสมาชิกยังมาเข้าร่วมประชุมไม่ครบจ้านวน ๓๐ คน ก็ให้ดำเนินการ ประชุมได้

๒๓.๓  ในการประชุมใหญ่สามัญ ให้นายกสมาคมเป็นประธานของที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นประธานของที่ประชุม

๒๓.๔  มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์หากคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียง ๑ เสียงเป็นเสียงชี้ขาด   การแจ้งกำหนดการประชุมใหญ่แต่ละครั้ง ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้ง สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และให้ ติดประกาศไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วันก่อนการประชุม

ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่วิสามัญ  การเรียกประชุมใหญ่วิสามัญให้เรียกได้ดังต่อไปนี้

๒๔.๑ เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำครึ่งหนึ่งของ คณะกรรมการทั้งหมด

๒๔.๒ เมื่อสมาชิกสามัญ จ้านวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดของสมาคมลงนามร่วมกันร้องขอ ต่อคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน      นับ แต่วันที่ได้รับการร้อง โดยจะต้องแจ้งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ในกรณีที่ คณะกรรมการไม่เรียกประชุมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้สมาชิกสามัญที่ร่วมลงนามร้องขอเป็น ผู้ดำเนินการเรียกประชุม

๒๔.๓ การประชุมใหญ่วิสามัญ ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๓๐ คน จึงนับเป็นองค์ประชุม และดำเนินการประชุมได้ ถ้าสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้รอการประชุมนั้นเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลานัดประชุม หากสมาชิกยังมาเข้าร่วมประชุมไม่ครบจ้านวน ๓๐ คน ก็ให้ดำเนินการประชุมได้

๒๔.๔ การลงมติในที่ประชุมทุกครั้ง ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้า คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด

หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๒๕ การเงินของสมาคม

๒๕.๑ การเงินของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โดยเงินสดของสมาคมให้ฝากไว้ กับธนาคารกรุงไทย  สาขาอุตรดิตถ์   ในนามของ “สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์”

๒๕.๒ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ท้าการแทน ลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการ พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

๒๕.๓ ให้นายกสมาคมมีหน้าที่รับผิดชอบการเงิน การบัญชีและการลงนามเบิกจ่ายเงินของสมาคม ร่วมกับเลขานุการ และเหรัญญิกในทุกกรณี เว้นแต่ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

๒๕.๔ ให้นายกของสมาคมมีอำนาจเบิกสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ไม่เกินครั้งละ ๓๐,๐๐๐ บาท (สาม หมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้ จะต้องขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฯไม่ต่ำกว่า ๒ ใน ๓ ของ คณะกรรมการสมาคมฯ

๒๕.๕ ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้า เกินกว่านี้ จะต้องน้าฝากธนาคารในบัญชีของสมาคม

๒๕.๖ เหรัญญิก จะต้องท้าบัญชีรายรับ-รายจ่ายและบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อชี้แจง ต่อที่ประชุมใหญ่สามัญและเก็บไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบ

๒๕.๗ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นตัวหนังสือ ลงลายมือของนายกสมาคมหรือ ผู้ท้าการแทน ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ท้าการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

๒๕.๘ ให้เหรัญญิก เก็บรักษาใบเสร็จรับเงินของสมาคมและหลักฐานการวางเงินของสมาคมไว้เป็น เวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการก่อนจึงจะท้าลายได้

๒๕.๙ ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญของสมาคมอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี โดยมีอำนาจเข้าตรวจสอบบัญชี เอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเงินต่างๆของสมาคม

๒๕.๑๐ ผู้สอบบัญชี จะต้องไม่ใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ๒๕.๑๑ ผู้สอบบัญชี มีอำนาจที่จะเรียกเอกสารและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถเชิญ กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้ ๒๕.๑๒ คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

ข้อ ๒๖ ทรัพย์สินของสมาคม  ทรัพย์สินของสมาคม ให้อยู่ในความรับผิดชอบของเลขานุการสมาคม

ข้อ ๒๗ รายได้ของสมาคม

๒๗.๑ ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงจากสมาชิก

๒๗.๒ เงินทุนอุดหนุน

๒๗.๓ เงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้บริจาค

๒๗.๔ การจัดกิจกรรมต่างๆของสมาคม  ๒๗.๕ รายได้อื่นๆ (ถ้ามี)

หมวดที่๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๒๘ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับของสมาคม

ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ในการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า ๒ ใน ๓ ของจ้านวนสมาชิกทั้งหมด ที่เข้าร่วมประชุม

ข้อ ๒๙ การเลิกสมาคม

๒๙.๑ การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของ กฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจ้านวนสมาชิก สามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

๒๙.๒ เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าต้องเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ช้าระ บัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ เพื่อการกุศลและ สาธารณประโยชน์ต่อไป

หมวดที่ ๗ สวัสดิการและการเงิน

ข้อที่ ๓๐ สวัสดิการและการเงิน

๓๐.๑ สมาชิกชมรมศิษย์เก่าฯ ถึงแก่กรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพ ๑ คืน รายละ ๒,๐๐๐ บาทพร้อมพวง หรีด ราคาไม่ต่ำกว่า  ๕๐๐  บาท สูงสุดไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท กรณีที่ทราบข่าวกะทันหัน ไม่สามารถร่วมเป็น เจ้าภาพได้  ให้ใส่ซองเป็นเงินจ้านวน ๒,๐๐๐ บาท

๓๐.๒ กรณีได้รับภัยพิบัติจากธรรมชาติให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าฯ

๓๐.๓ สนับสนุนทุนการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จ้านวน ๑ คนต่อปีการศึกษา ทุนละ ๕,๐๐๐ บาท

๓๐.๔ สมาชิกชมรมศิษย์เก่าฯได้รับสิทธิส่วนลดค่าลงทะเบียนการประชุมวิชาการที่จัดโดยสมาคมฯ หรือวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์  ร้อยละ ๑๐ ของค่าลงทะเบียนการประชุม

หมวดที่ ๘ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๐  ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้ นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๓๑  เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็น สมาชิกสามัญและสมาชิกภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป